หลักสูตร : ผู้ตรวจประเมินภายนอกการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต
หลักสูตร : “ผู้ตรวจประเมินภายนอกการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต ตามข้อบังคับคณะกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ”
- หมวดที่ 1 ภาพรวมข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 และการจัดการ ความปลอดภัยกระบวนการผลิต
- หมวดที่ 2 ความรู้และองค์ประกอบการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต
- หมวดที่ 3 แนวทางการตรวจประเมินภายนอก
บรรยายโดย
วิทยากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมินภายนอกกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
โทร : 0 2884 1852 ต่อ 106,108 คุณปรินดา นครไชย
อีเมล : :
ระยะเวลาการอบรม
-
3 วัน (18ชั่วโมง)
ราคาค่าอบรม
(ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
-
7,500 บาท
-
7,000 บาท (สมาชิกสมาคม)
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดหลักสูตร
| หัวข้อการฝึกอบรม | ||
| หมวดวิชาที่1 | ภาพรวมข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 และการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต | |
| 1.1 | ความเข้าใจในข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบ กิจการใน นิคมอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 | |
| 1.2 | ความสำคัญและความจำเป็นของการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management: PSM) โดยองค์รวม | |
| หมวดวิชาที่2 | ความรู้และองค์ประกอบการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต | |
| 2.1 | การมีส่วนร่วมของพนักงาน | |
| 2.2 | ข้อมูลความปลอดภัยกระบวนการผลิต | |
| 2.3 | การวิเคราะห์อันตรายกระบวนการผลิต | |
| 2.4 | ขั้นตอนการปฏิบัติงาน | |
| 2.5 | การฝึกอบรม | |
| 2.6 | การจัดการความปลอดภัยผู้รับเหมา | |
| 2.7 | การทบทวนความปลอดภัยก่อนการเริ่มเดินเครื่อง | |
| 2.8 | ความพร้อมใช้ของอุปกรณ์ | |
| 2.9 | การอนุญาตท างานที่อาจทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟ และการอนุญาตทำงานที่ไม่ใช่งานประจำ | |
| 2.10 | การจัดการการเปลี่ยนแปลง | |
| 2.11 | การสอบสวนอุบัติการณ์ | |
| 2.12 | การเตรียมความพร้อมและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน | |
| 2.13 | การตรวจประเมินภายนอก | |
| 2.14 | ความลับทางการค้า | |
| หัวข้อการฝึกอบรม | ||
| หมวดวิชาที่3 | แนวทางการตรวจประเมินภายนอก | |
| 3.1 | กรอบความคิดของผู้ตรวจประเมินภายนอก | |
| 3.2 | คุณสมบัติและคุณลักษณะของผู้ตรวจประเมินภายนอก | |
| 3.3 | จรรยาบรรณของผู้ตรวจประเมินภายนอก | |
| 3.4 | แบบตรวจประเมินของผู้ตรวจประเมินภายนอก | |
| 3.5 | ขั้นตอนการตรวจประเมินภายนอก ได้แก่ การเตรียมการก่อนการตรวจ ประเมินภายนอก วิธีการตรวจประเมินภายนอก การหาหลักฐานจาก 3P (People–Paper–Process or Practice) หลักการเขียนข้อบกพร่อง เป็นต้น | |
| 3.6 | การจัดทำรายงานการตรวจประเมินภายนอกและสรุปผล | |
| 3.7 | การติดตามผลการด าเนินการตรวจประเมินภายนอก | |
คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรม
1.ผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและกระบวนการผลิต
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี/วิศวกรรมไฟฟ้า/วิศวกรรมเครื่องกล/วิศวกรรมอุตสาหการ หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและกระบวนการผลิตและมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 8 ปี
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอื่น หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาอื่น หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและกระบวนการผลิต และมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ปี
- ปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์วิศวกรรม หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีอุตสาหกรรม
ศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรม หรือเทียบเท่า หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง หรือเทียบเท่า ซึ่งความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและกระบวนการผลิต มีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 12 ปี
2.ผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบำรุงรักษา
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี/วิศวกรรมไฟฟ้า/วิศวกรรมเครื่องกล/วิศวกรรมอุตสาหการ หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบำรุงรักษา และมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 8 ปี
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอื่น หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาอื่น หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบำรุงรักษา และมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ปี
- ปริญญาตรีครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์วิศวกรรม หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีอุตสาหกรรม
ศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรม หรือเทียบเท่า หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง หรือเทียบเท่า ซึ่งความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบำรุงรักษา มีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 12 ปี
3.ผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ปริญญาตรีสาธารณสุขศาสตร์ หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่า และมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 8 ปี
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ หรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ สาขาอื่น หรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ปี






