กรณีเกิดอุบัติเหตุ ถังสารเคมีระเบิดในบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด (STP) ถนนไอ-5 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ทำให้นายประนัย หรือเบิ้ม อินพะเนา อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผู้รับเหมา บริษัทสินทวี จำกัด เสียชีวิต  ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายประทีป เอ่งฉ้วน ผู้อำนวยการ สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กล่าวว่า  วันที่เกิดเหตุ วันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ทาง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ได้ตรวจสอบสาเหตุจนทราบว่า มีผู้รับเหมา อดีตเป็นพนักงานบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด (STP) บริษัทที่เกิดเหตุ ออกมาทำธุรกิจรับเหมาส่วนตัว เข้าไปซ่อมแซมปรับปรุงระบบต่างๆในด้านเทคนิค บริเวณถังเซอร์คูเลท (สารเคมีที่นำกลับมาใช้ใหม่) ซึ่งเป็นถังเก็บสารทำละลายมีองค์ประกอบของโซเดียมไฮดรอกไซด์ ประมาณ 1.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าไม่เข้มข้นมาก ไม่ถือว่าเป็นสารอันตราย ซึ่งเรียกว่าสารละลายด่าง ใช้สำหรับกัดผิวตัวแผ่นเหล็ก ซึ่งโรงงานดังกล่าวประกอบกิจการแผ่นเหล็กชุบดีบุก ชุบสังกะสี ชุบโคเมียม ตรงบริเวณที่เกิดเหตุเป็นส่วนของการชุบโคเมียม ก่อนที่จะไปสู่ขบวนการชุบตัวเหล็กที่เป็นคอยล์เหล็กหรือแผ่นเหล็ก ต้องผ่านกระบวนการล้างผิวเพราะแผ่นเหล็กจะมีคราบไขมันติดอยู่ ล้างด้วยน้ำสะอาด และล้างด้วยน้ำด่าง น้ำกรด แต่เป็นด่าง เป็นกรดอ่อนๆ ในส่วนของการล้างด้วยน้ำที่เป็นด่างจะมีการชาร์ตประจุไฟฟ้า แต่เป็นประจุอ่อนๆ โอกาสในถังที่จะเกิดปฏิกิริยาปลดปล่อยตัวที่เรียกว่าแก๊สไฮโดรเจนออกมา แต่ออกมาในปริมาณที่น้อยมาก

      ซึ่งขบวนการนี้ทำมา 10 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ในวันที่เกิดเหตุเป็นการชุบ การล้างที่อยู่ด้านบน ตัวผู้รับเหมาหรือบริษัทที่รับเหมาก็อยู่ชั้นล่าง ชั้นใต้ดินลึกลงไป ถังที่เก็บตัวทำละลายที่ใช้สำหรับการล้างตัวแผ่นเหล็กเป็นถังสำหรับล้างแล้ววนกลับมาล้างอีก (เซอร์คูเลท) เพื่อช่วยในเรื่องของการเซฟการใช้สารเคมีเพิ่มเติม ซึ่งถังดังกล่าวช่างที่เข้ามาเตรียมการปรับปรุงระบบท่อ มีการเชื่อม อยู่ด้านบนของฝาตัวถังเก็บตัวทำละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเข้าใจว่ามีสะเก็ดไฟร่วงลงมาเจอกับแก๊สไฮโดรเจนบางส่วน ทำให้เกิดการลุกกลับมาภายในถังทำให้เกิดแรงดันขึ้น ทำให้ฝาถังระเบิดออก ส่วนตัวถังในเบื้องต้นดูแล้วไม่เสียหาย ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมารายนี้ พูดคุยกับผู้รับเหมาหรือลูกน้องที่ทำการเชื่อมอยู่เจอแรงระเบิดทำให้ฝาถังเปิดและร่วงลงมา และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลต่อมา

       ซึ่งในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทางบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด มีความผิดพลาดในเรื่องการสื่อสาร โดยไม่ยอมส่งรายละเอียดมายังศูนย์ข้อมูลระบบความปลอดภัยทาง กนอ. เพราะอาจจะเกิดการกลัวประเด็นต่างๆ ซึ่งทาง กนอ. ได้เน้นย้ำและกำชับทุกโรงงานเมื่อเกิดเหตุความเสี่ยงหรือมีผลกระทบต่อชุมชน ชาวบ้าน ต้องแจ้งมายังศูนย์ระบบควบคุมความปลอดภัยภายใน 10 นาที เพื่อป้องกันควบคุมปัญหาลุกลามใหญ่โตขึ้นมา เพื่อจะให้ใช้การสื่อสารเพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก หรือเข้าสู่แผนในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินรุนแรงลุกลามต่อไป

       เบื้องต้นได้สั่งปิดกระบวนการผลิตตรงจุดเกิดเหตุบริเวณชุบโคเมียม เพื่อสืบสวนตรวจสอบหาสาเหตุวางมาตรการป้องกันในเชิงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และรายงานทางสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรม ภายใน 7 วัน และได้แนะนำให้บริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด (STP) ให้หาบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง และต้องให้มีผู้เชี่ยวชาญเซ็นต์รับรองถึงจะเปิดกระบวนการผลิตต่อไปได้ ในส่วนเยียวยาผู้เสียชีวิต ถึงจะเป็นผู้รับเหมาก็มีการชดเชยเยียวยา แต่ต้องรอตัวเลขที่แน่ชัดจากทางบริษัทฯอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด (STP) จะไม่ได้รับธงขาวดาวเขียว ทางสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างแน่นอน เพราะยังไม่ผ่านในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และยังขาดความร่วมมือในการใช้มาตรการในการสื่อสารเมื่อเกิดเหตุไม่แจ้งมายังสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งทางสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจะหามาตรการว่ากล่าวตักเตือนหรือดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป ส่วนการเกิดอุบัติเหตุทางบริษัทฯไม่น่าจะปิดบังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเมื่อเกิดขึ้นควรชี้แจง และแก้ไขตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อเป็นทางออกที่ดี ชุมชน ชาวบ้านรอบโรงงานจะได้เข้าใจในเรื่องนี้ด้วย

     ด้าน พ.ต.อ.เสรี เศรษฐกร ผกก.สภ.มาบตาพุด กล่าวว่า ให้พนักงานสอบสวนรีบเร่งสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องในการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานของบริษัท สยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด (STP) ซึ่งมีผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ทราบว่าญาติยังประกอบพิธีทางศาสนางานศพอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบสวนเป็นผลคดีจะแจ้งข้อกล่าวหาทำการประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อไป

ที่มา : เดลินิวส์