Facebook




โครงการส่งเสริมการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายความปลอดภัยอาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้แก่สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก

โดยมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน(ประเทศไทย)



1. หลักการและเหตุผล

      การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการมีประสิทธิภาพ การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานลดลงหรือไม่เกิดขึ้น
     มูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน (Safety at Work Promotion Foundation)และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) (The Safety and Health at WorkPromotion Association (Thailand) มีพันธกิจและวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของภาครัฐและเอกชน พิจารณาเห็นว่ายังมีสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากพอสมควร ที่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการส่งผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเข้ารับการฝึกอบรม สมควรที่จะส่งเสริม สนับสนุน โดยการให้ทุนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จึงจัดทำ “โครงการส่งเสริมการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้แก่สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก” ทั้งนี้ โดยความร่วมมือของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


2. วัตถุประสงค์

  • เพื่อเป็นการสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งจะนำไปสู่การลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานในสถานประกอบกิจการได้ดียิ่งขึ้น
  • เพื่อดำเนินกิจกรรมตามพันธกิจและวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย)ในการส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน


3. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ทั้งมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน(ประเทศไทย)สามารถดำเนินงานกิจกรรมและมีผลงานตามพันธกิจและวัตถุประสงค์ช่วยสนับสนุนการทำงานของภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในการบังคับใช้กฎหมายและช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ขาดโอกาสสามารถปฏิบัติตามกฎหมายในด้านการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยฯนอกจากนั้นยังช่วยยกระดับให้มูลนิธิเพื่อส่งเสริมฯ และสมาคมส่งเสริมฯ เป็นที่รู้จักในสังคมอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


4. วิธีการดำเนินงาน

  • มูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานแต่งตั้งคณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEs ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อดำเนินการโครงการฯ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการและทำข้อตกลงกับกลุ่มเป้าหมายในการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปปฏิบัติในสถานประกอบกิจการของตนและติดตามผลการดำเนินการของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง
  • สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆตามที่กฎหมายกำหนดและหลักสูตรพิเศษให้แก่ลูกจ้างจากสถานประกอบกิจการต่างๆในรูปแบบทั่วไป (Public) ตามแผนการฝึกอบรมประจำปีจัดให้ผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ 4.1 ในจำนวนที่เหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
  • สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน และสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) (สสปท)ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการให้แก่กลุ่มเป้าหมายเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ


5. แผนงานและขั้นตอนการดำเนินงาน

คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯ ดำเนินการร่วมกับสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยมีแผนงานและขั้นตอนการดำเนินงานดังต่อไปนี้:

1) คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯจัดทำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก ตลอดจนเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ

2) คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯประสานงานกับศูนย์ฝึกอบรมฯของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ในการจัดทำแผนงานฝึกอบรมประจำปี 2561

หลักสูตรที่สมาคมฯจัดให้ประกอบด้วยหลักสูตรดังต่อไปนี้:

  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน (12 ชั่วโมง)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับบริหาร (12 ชั่วโมง)
  • คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(12 ชั่วโมง)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับเทคนิค (18 ชั่วโมง)
  • การขับขี่รถยก(Forklift) อย่างปลอดภัย(6 ชั่วโมง)

สามารถดูแผนอบรมแบบ Public ประจำปี 2561 ได้ทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ : http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=99&Itemid=183


หมายเหตุ

สถานที่จัดฝึกอบรมต้องเป็นที่สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ และไม่สามารถสมัครหน้าเว็บไซด์ได้ ต้องสมัครกรอกเอกสารแล้วส่งมาที่ นางสาววันนิสา ไม้สูงดี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ                 โทรศัพท์ 02-8841852ต่อ 212, โทรสาร 02-4485556 เท่านั้น

3)  มูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยฯ กองความปลอดภัยแรงงาน และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ประชาสัมพันธ์โครงการกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการโดยการลงโฆษณาในสื่อและ Websiteของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกองความปลอดภัยแรงงานเป็นผู้ประสานโดยตรงกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศและศูนย์ความปลอดภัยแรงงานทั่วประเทศ

4)  กองความปลอดภัยแรงงานรับสมัครและทำการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการและคณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯทำข้อตกลงกับกลุ่มเป้าหมายในการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปปฏิบัติในสถานประกอบกิจการของตน

5) คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯประสานสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ และแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการคัดเลือกแล้วทราบเพื่อเข้าร่วมโครงการต่อไป และประสานให้สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ ดำเนินการฝึกอบรมตามแผนงาน

6)  คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ กองความปลอดภัยแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์ความปลอดภัยแรงงานทั่วประเทศติดตามผลการดำเนินการของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงต่อไป

7) คณะอนุกรรมการโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการ SMEsฯประเมินผลโครงการและรายงานผลการดำเนินงานโครงการให้คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อส่งเสริมฯ รับทราบเป็นระยะๆ


6. กลุ่มเป้าหมาย

สถานประกอบกิจการกลุ่มเป้าหมาย :


  • ต้องเป็นสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วประเทศ (ไม่จำกัดประเภทกิจการ) แต่จะได้รับการสนับสนุนเฉพาะค่าอบรมเท่านั้น
  • ต้องเป็นสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างไม่เกิน200 คน
  • ลูกจ้างที่สถานประกอบกิจการส่งเข้ารับการอบรมต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไปและต้องสามารถเข้ารับการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนดตลอดหลักสูตร
  • จำนวนผู้เข้าอบรมไม่เกิน 5 คนต่อแห่ง



7. ระยะเวลาดำเนินการโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการโครงการสำหรับปี พ.ศ. 2561 ระยะเวลาดำเนินการจัดฝึกอบรม 12 เดือน (มกราคม – ธันวาคม 2561) ส่วนการติดตามผลการดำเนินการโครงการจะติดตามผลอย่างต่อเนื่อง


หากมีข้อสงสัยติดต่อ:

  • นางสาววันนิสา ไม้สูงดี
    ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ                
    โทรศัพท์ 02-8841852ต่อ 212,
    โทรสาร 02-4485556



ดาวน์โหลดหนังสือแสดงเจตจำนง