Facebook





กสร. เร่งสอบเหตุ SCB พร้อมจัดทำแนวทางดูแลลูกจ้างในงานระบบดับเพลิง ย้ำสถานประกอบกิจการทุกแห่ง ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เชิญสถานประกอบกิจการและผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย เร่งจัดทำแนวทางและกำหนดมาตรการในการควบคุม ดูแล ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิง มุ่งป้องกันเหตุซ้ำรอย พร้อมย้ำให้สถานประกอบกิจการทุกแห่ง ต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานก่อน และปฏิบัติตาม พรบ.ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด


นางสาวพรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียกับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ หรือ PYROGEN ส่งผลให้มีผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจนั้น ทั้งนี้ กสร.ได้เชิญบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบข้อเท็จจริง เพื่อจะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการชั้นพนักงานสอบสวนต่อไป


อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า จากเหตุดังกล่าว นับได้ว่าเป็นความสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยถึงความปลอดภัย  ในการทำงานของลูกจ้าง นายจ้าง จึงได้สั่งการให้ กสร. ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการจัดทำแนวทางและกำหนดมาตรการในการควบคุม ดูแล ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิงต่างๆ ที่มีการใช้ ติดตั้งในสถานที่ทำงาน หรือสถานประกอบกิจการ โดยเฉพาะระบบดับเพลิง PYROGEN และระบบอื่นทุกระบบที่มีกลไกการทำงานคล้ายคลึงกัน ซึ่งมีการใช้และติดตั้งในหน่วยงาน เช่น ห้องควบคุมระบบ ห้องไฟฟ้า ห้องปฏิบัติการทางเทคนิค ห้องเก็บเอกสารสำคัญ เป็นต้น เพื่อให้สถานประกอบกิจการอื่นๆ ได้ใช้เป็นแนวทางและมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก


ดังนั้น กสร. จึงได้เชิญผู้แทนสถานประกอบกิจการที่มีการจำหน่ายและติดตั้งระบบดับเพลิงเพื่อการป้องกันและระงับอัคคีภัยในหน่วยงาน และนายจ้างผู้ประกอบการจำหน่ายและติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ PYROGEN และระบบดับเพลิงชนิดต่างๆ เพื่อหารือร่วมกันในการกำหนดมาตรการป้องกันและคุ้มครองลูกจ้างผู้ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึง มีมาตรการความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการที่มีการใช้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติในการป้องกันและระงับอัคคีภัยให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเน้นให้มีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานและควบคุมอย่างจริงจัง ทั้งในภาวะปกติหรือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งต้องจัดให้มีมาตรการความปลอดภัยให้กับบุคคลภายนอกหรือลูกจ้างของตนที่จะเข้าดำเนินการติดตั้ง ปรับเปลี่ยน ตรวจสอบระบบดับเพลิงทั้งก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ ระหว่างการปฏิบัติงาน และมาตรการช่วยเหลือและระงับเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ตลอดจนกำหนดให้มีการดูแล รักษา และตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี สำหรับผู้ประกอบการจำหน่ายและติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติชนิดต่างๆ ต้องจัดให้มีข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานและฝึกอบรมให้ลูกจ้างเข้าใจเพื่อปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย


พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ ที่บังคับใช้อยู่ปัจจุบัน กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานและมีคู่มือการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย แจกให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่จะทำงาน โดยนายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการให้ลูกจ้างมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ไม่ทำให้ลูกจ้างประสบอันตรายและต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย  อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษสูงสุด ปรับไม่เกินสี่แสนบาท จำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

.........................................................................................................................................

ภัทรวรรณ ปิ่นแก้ว : ข่าว

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน